นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม แจ้งว่า ปัจจุบันกรมทางหลวงชนบท (ทช.) อยู่ระหว่างดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสาย ค2-1 และ ค2-2 ผังเมืองแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2570 ซึ่งอำเภอแม่สอด จังหวัดตากนั้น เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษและเป็นจุดศูนย์กลางที่มีการส่งออกด้านการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเมียนมา ทช. จึงได้ดำเนินการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมในเขตชุมชนเมืองเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจการขนส่ง การท่องเที่ยว และเป็นการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัย ด้านพาณิชยกรรมพื้นที่บริเวณโดยรอบ เพิ่มขีดความสามารถในการเชื่อมโยงระบบการขนส่งให้ครอบคลุมอย่างเป็นระบบ ตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมไปถึงการกำหนดแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นเมืองน่าอยู่มีทัศนียภาพที่สวยงามสอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาของจังหวัดอีกด้วย

สำหรับโครงการก่อสร้างถนนสาย ค2-1 และ ค2-2 ผังเมืองแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 619.750 ล้านบาท ขณะนี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 40 เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการในส่วนของงานก่อสร้างผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก งานโครงสร้างสะพาน งานกำแพงกันดิน และงานระบบระบายน้ำ ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายระหว่างถนนทางหลวงชนบทสาย ตก.3050 และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 130 (ทล.130) ทำให้การเดินทางในอำเภอแม่สอดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการก่อสร้างจะประกอบด้วย

1. ถนนสาย ค2-1 จะเริ่มก่อสร้างบริเวณ กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 4+077 ระยะทาง 4.077 กิโลเมตร
เป็นถนนผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 4 ช่องจราจร มีเกาะกลางแบบยุบร่อง พร้อมไหล่ทาง และเขตทางทั่วไปกว้าง 40 เมตร
2. ถนนสาย ค2-2 จะเริ่มก่อสร้างบริเวณ กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 3+554 ระยะทาง 3.554 กิโลเมตร
เป็นถนนผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด 4 ช่องจราจร มีเกาะกลางแบบยก พร้อมไหล่ทาง และเขตทางทั่วไปกว้าง 30 เมตร

3. สะพานกลับรถ จำนวน 1 แห่ง บน ทล.130 บริเวณ กม.ที่ 12+550 ขนาด 1 ช่องจราจร ความยาวรวม 396 เมตร
4. สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กสาย ค2-1 จำนวน 3 แห่ง
5. งานระบบระบายน้ำ ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง สัญญาณไฟจราจร เครื่องหมายจราจร และสิ่งอำนวยความปลอดภัย
นอกจากนี้ ยังได้กำชับไปทางผู้รับจ้างและผู้ควบคุมงานในการให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง โดยได้เน้นย้ำให้ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ป้ายเตือน สัญญาณไฟ ให้สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนรวมไปถึงการบริหารจัดการโครงการให้อยู่ในความเรียบร้อย

ทั้งเรื่องการเพิ่มรอบในการรดน้ำ เพื่อลดปัญหาฝุ่น การจัดเก็บวัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชนในพื้นที่อีกด้วย
